กรมการค้าภายในนัดผู้ประกอบการนมพาณิชย์ถกด่วน 13 มี.ค.นี้ แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด

发布时间:2026-03-14 02:24:40 浏览数:71911
กรมการค้าภายในนัดผู้ประกอบการนมพาณิชย์ถกด่วนมีคนี้แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีหนังสือด่วนที่สุด เชิญผู้ประกอบการนมพาณิชย์เข้าหารือสถานการณ์ น้ำนมดิบและการกระจายนมพาณิชย์ ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 หลังพบว่าปริมาณน้ำนมดิบที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหลายพื้นที่เริ่มเผชิญปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน และยังไม่มีแหล่งรับซื้อเพียงพอตามข้อตกลงการซื้อขาย (MOU) ปี 2568–2569 มีจำนวนกว่า 200 ตันต่อวัน

ขณะเดียวกัน ปริมาณสต๊อกนมพาณิชย์ ที่ยังคงเหลือสะสมในระบบอยู่ในระดับสูง จนเริ่มส่งผลกระทบต่อการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในภาพรวม รวมถึงกำหนดแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์น้ำนมดิบ และแนวทางการกระจายนมพาณิชย์และส่งเสริมการบริโภคให้เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางรักษาเสถียรภาพตลาดนม ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมนมไทย

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมนม กล่าว ถึงแนวทางการแก้ปัญหาน้ำนมดิบอย่างยั่งยืน โดยระบุว่าหัวใจสำคัญคือการจัดการ Big Data ที่ชัดเจน ปัจจุบันภาครัฐไม่สามารถตอบได้ว่าตัวเลขที่ว่าล้น 211 ตันต่อวันนั้นอยู่ที่ไหน หรือใครเป็นผู้ถือครองที่แท้จริง ขณะที่ดีมานด์ในตลาดพาณิชย์และนมโรงเรียนรวมกันควรจะรองรับปริมาณนมดิบที่มีอยู่ได้เกือบทั้งหมด หากมีการบริหารจัดการที่ดีพอ

หนึ่งในข้อเสนอคือการ เปิดเสรีนมโรงเรียน เพื่อทำลายข้อจำกัดเดิมๆ ที่ผูกติดกับงบประมาณกลาง เสนอให้กระจายอำนาจการจัดซื้อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและโรงเรียน โดยใช้โมเดลสนับสนุนสหกรณ์และโรงงานในพื้นที่

"เราต้องให้อำนาจโรงเรียนและผู้ปกครองเลือกแบรนด์ที่เด็กอยากกินจริงๆ สหกรณ์ควรได้รับอนุญาตให้ทำแบรนด์ตัวเองแข่งกับตลาดพาณิชย์ได้ หากผู้ปกครองอยากให้ลูกกินนมที่มีคุณภาพสูงขึ้นหรือรสชาติที่หลากหลาย ก็ควรให้มีระบบเติมส่วนต่างราคาได้ วิธีนี้จะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพ และทำให้สหกรณ์ไม่ต้องพึ่งพาแต่คำว่า 'นมโรงเรียน' เพียงอย่างเดียว"

สำหรับประเด็นที่เกษตรกรมักอ้างว่านมล้นเพราะโรงเรียนปิดเทอม โดยยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีคำว่านมปิดเทอม ในเชิงโครงสร้างราคา เนื่องจากสูตรการคำนวณราคานมโรงเรียนที่ตกลงกันไว้นั้น ครอบคลุมการรับซื้อน้ำนมดิบตลอด 365 วันอยู่แล้ว แม้เด็กจะดื่มจริงเพียง 260 วันก็ตาม ดังนั้นการนำเรื่องปิดเทอมมาอ้างเพื่อเรียกร้องความช่วยเหลือเพิ่มเติมจึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ

ในส่วนของการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) แหล่งข่าวมองว่าไทยไม่สามารถถอยหลังกลับไปยกเลิกข้อตกลงที่ทำมานานกว่า 20 ปีได้ แต่ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ต้องทำหน้าที่เชิงรุกด้วยการเจรจาแบบ Government to Government (G2G) เพื่อเปิดทางให้นมพาสเจอร์ไรซ์ของไทยสามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้จริง

วันนี้อุตสาหกรรมนมไทยถึงจุดที่ต้องยอมรับความจริงว่า ใครอ่อนแอก็ต้องแพ้ไป รัฐไม่สามารถอุ้มทุกคนได้ตลอดเวลา ถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) และลดต้นทุนเพื่อให้เกษตรกรไทยอยู่รอดได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน